เฮ้อ~~ ดองบล็อคมาซะนานหลายเดือนเชียว ได้เวลาปล่อยของซะที

ทิ้งไปตั้งแต่ปลายปีก่อน ฝึกงานเสร็จไปเมื่อปลายเดือนมกรา

แล้วก็เปิดเทอมต่อเลย จากนั้นก็เรียนๆ จนเพิ่งสอบมิดเทอมเสร็จ

เหอะๆ เวลานี่มันผ่านไปเร็วจังเน้อ

 

ตอนฝึกงานที่ตจว.นี่ก็โดนโขกสับมิใช่ไม่น้อย

โดนชี้นิ้วเช็ดหัว โดนกระหน่ำจิ๊กด้วยคำพูดด้วย

นี่ถ้าไม่ใช่เด็กฝึกงานอะนะ โต้กลับคืนไปแล้ว เค้นดีจริง เหอะๆ

 

อย่างตอนงานคริสมาสต์อีฟ ดันหันมาถามว่าเกี่ยวกับชุดการแสดงที่จัด

มาคือรำอะไรยังกับเต้นเลย ก็เลยบอกไปว่า

"อ๋อ นี่คือจินตลีลาฮะ เป็นการนำการรำมาผสมกับการเต้น"

เท่านั้นแหละ นิ้วชี้ก็มาจิ้มอยู่ที่หน้าผากเยี้องไปทางด้านซ้ายเล็กน้อย

(เพราะเค้ายืนอยู่เยื้องทางซ้าย)

"ที่หล่อนรู้จักหนะ เพราะว่าหล่อนแอบฝึกเต้นมันอยู่ทุกวันใช่มั๊ยย่ะ"

แล้วพอชี้เช็ดหัวเสร้จก็หัวเราะร่วนก่อนที่จะเดินออกไปทักทายแขกที่มา

เฮ้อ~~ อารมณ์กร่อยเลยวันนั้น

แถมยังโดนอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ ทั้งจิก ทั้งฉอเลาะ

บางครั้งยังอยากร้องไห้ที่เลือกฝึกงานผิดที่

มีอยู่บางครั้งที่โดนพี่เค้ารุมจิกมาก

จนต้องกระแทกของเข้ากลับโต๊ะแล้วเดินหายไปจากหน้างาน

ไม่ใช่ว่าไม่มีความอดทน แต่ทนมามากแล้ว

ทุกวันตอนเช้า ตอนยืนสะกดจิตตัวเองหน้ากระจก

"ทนมา 1 เดือนแล้ว เหลืออีกแค่ 1 เดือน ทนไว้ ทนไว้"

"ทนมาตั้งนานแล้ว เหลืออีกแค่ 3 อาทิตย์ทนไว้ ทนไว้"

อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย

ถ้ามีปัญหาโทรมาได้ แต่ดันปิดเครื่องบ้าง สายไม่ว่างบ้าง

สรุปแล้ว มาเซนต์สมุดฝึกงานระหว่างการฝึกงานเฉยๆ

กว่าจะมา ฝึก10อาทิตย์ก็มาซะตอนอาทิตย์ที่ 8 ที่ 9 เหอะๆ

ขอบคุณจากใจ

 

แถมเคยติดอยู่ในห้องแช่แข็งอุณหภูมิที่มาทราบในภายหลังคือ -18  องศา

ประตูมันเสีย ด้วยความที่ขี้สนิม+น้ำแข้งจับ ไม่มีใครบอก

ห้องแช่แข็งประตูเหล็กหนาๆ มีเพียงหลอดไฟเพียงด้วยเดียว

ที่ฉายแสงอยู่ตอนนั้น เป็นอะไรที่จิตตกมากมายเลยอะ

หลังจากที่ถีบประตูให้เปิดได้อยู่สักพักก็ถอดใจ

ตอนแรกก็ว่าจะรอให้มีคนมาเปิดให้ แต่พอรอไปรอมา

ก็เข้าใจเลยว่าที่เค้าว่ากันว่าคนเวลาที่เข้าใกล้เรื่องเฉียดตาย

จะเริ่มนึกถึงเรื่องในอดีต แต่ภาพแรกที่นึกถึงเลยคือ

ภาพคดีฆาตกรรมที่คนร้ายขังเหยื่อไว้ในห้องเย็นที่เคยดูมาแฮะ

โอ้ว~~ อดีตตรูมีแต่การ์ตูนรึไงกันนี่

ก็เลยถีบทั้งประตู ทั้งตะโกน อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

ก็เข้าใจอยุ่ว่าประตูมันหนา โทรศัพท์มือถือก็ใช้ไม่ได้

ซึ่งผ่านหลังมือถือก็เจ๊งไปเรียบร้อย

หลังจากยืนถีบประตูจนหน่อยเลยก็น้องจับเข่า

หายใจเริ่มแน่นๆแล้ว หัวใจเต้นมั่วไปหมดเลย

แรงกดอากาศหรือเพราะความเหกนื่อยก็ไม่รู้

พอกำลังเริ่มปลงตกจะร้องไห้แล้ว ก็มีพี่ tem คนหนึ่งมาเปิดประตูให้

(ในช่วงหน้าเทศกาลที่มีแขกมากทางโรงแรมจะมีการจ้างคนมาทำงานเป็นเวลา 3 เดือน ย่อมาจากอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้)

พี่เค้าบอกว่าเห็นน้องเข้าไปนานแล้วไม่ออกมาสักทีเลยเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นรึป่าว

พี่ฮะขอบคุณมาก นี่เกือบตายแล้ว ขอบคุณมากฮะ

เฮ้อ~~ พี่เทมคนนี้เค้าเพียงเริ่มงานมาแค่ 2 วันเอง

2 วัน!!! ในขณะที่ในห้องนั้นมีพี่ที่ทำงานที่อยู่อีกตั้ง 3 คนตั้งกันมาตั้งนาน

และทั้ง 3 คนก็ยืนอยู่หน้าห้องแช่นั้นด้วย

พี่เค้าพูดแค่ว่า "วันหลังถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก น้องตะโกนออกมาดังๆหน่อยสิ พี่จะได้รู้"

"โห!! นั่นผมตะโกนออกมาสุดกำลังแล้วนะ ประตูมันหนา ทั้งถีบทั้งตะโกนพี่ไม่ได้ยินอะไรบ้างหรอ"

แล้วพี่อีกคนก็บอกว่า "เอ๊ะ! จากว่าไปก็ได้ยินเสียงเรียกอยู่เป็นระยะ แล้วดังกึ๊กๆ เลยนึกว่าหลอนไป"

อึ้งไปเลยตอนนั้น ได้ยินแต่ไม่เอ๊ะใจ "แสรด!!!"

นั่งลงไปซุก หัวใจเต้นกระหน่ำ วันนั้นไข้ขึ้นวูบเวียนไปหลายย

ตั้งแต่นั้นมาไม่ว่าอะไรก็ตาม จะไม่ปิดประตูใดๆในห้องแช่เป็นอันขาด เหอะๆ

 

แล้วครั้งหนึ่งก็เกือบจะโดนส่งกลับด้วยเหตุเพราะขโมยแล้วนี่สิ

มีวันหนึ่งที่ทางโรงแรมทำการ warning พนักงานกัน

พนักงาน 31 คน โดนเซนใบ warning ไป 17

แล้วในวันนั้นก็มี "หนังสือบันทึกการประชุม" ของหัวหน้าครัวเข้ามาอยู่ในกระเป๋า

ตอนนั้นกำลังจะกลับพอดี แล้วไม่รู้ตอนนั้นรู้สึกอะไรขึ้นมาว่ากระเป๋าสะพายมันแปลกๆเป็น

ทุกที่จะขว้าหมับแล้วออกงานไป แต่วันนั้นรู้สึกผิดสังเกตชอบกล เลยเปิิดเช็คกระเป๋าดู

แล้วก็พบว่ามี "หนังสือบันทึกการประชุม"อยู่เล่มหนึ่ง

เคยเห็นหัวหน้าครัวเค้าถือเดินไปเดินมาเลยจำได้

เป็นอะไรที่จี๊ดเลยอะ เล่นกันได้แรงมาก สายอาชีพโรงแรม

ความซื่อสัตยืมาเป็นอันดับหนึ่ง เกือบได้มีประวัติการขโมยติดสคริปเป็นแบล็คลิสต์แล้วเชียว

ตอนนั้นโวยเลยว่าหนังสือใครเอามาใส่กระเป๋าหนักโคตร

จนพี่คนนึงแกบ่นว่าบ่นอะไรเสียงดัง

เลยบอกแกว่าหนังสือใครก็ไม่รู้มาใส่ไว้ในกระเป๋า

"ของเพื่อนรึปล่าว"

"เพื่อนเค้าก็มีกระเป๋าของเค้านา แถมเมื่อกี้ก่อนกลับเจอกันก็ไม่เห็นเ้ค้าว่าอะไร"

พี่เค้าขอดูหนังสือแล้วพบว่า

"เฮ้ยนี่มันของเชฟนี่หนา หนังสือบันทึกการประชุม มาอยู่นี่ได้ไง"

แล้วก็หาคนมาเป็นพยานหลัดฐานได้แล้ว(ตามแผน)

พี่เค้าก็เอากลับไปไว้ที่โต๊ะทำงานเชฟให้

โชคดีตอนนั้นเชฟไม่ิอยู่ไม่งั้นงานเข้าแหงม

 

เอ็อ~~!! ยังมีเริ่มโดนแกล้งปัญหาอีกเยอะ โดนยุกันเองบ้าง

โดนอะไรต่อมิอะไร แต่ก็ผ่านพ้นมาละ ปวดหัวเอา ตื่นมาทีไรนี่

ตอนบ่นอุบในใจ "ต้องไปเจออีกแล้วสินะ"

คนที่มาจากที่เดียวกันก็ไม่ช่วยอะไร มีแต่ช่วยพี่เค้ารุมกัดเรา

แล้วมาพูดกับเราประมาณว่า "ก็เราต้องอยู่กับพี่เค้าอะ ช่วยไม่ได้" 

ขอบคุณนะ หลังจากได้ยินประโยคนี้ ขาดการติดต่อ

และไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆเลย เหอะๆ

แต่ช่างเหอะ ปล่อยไปเป็นประสบการณ์แย่ๆในชีวิต

"ครั้งหนึ่งในชีวิต"

เพราะตอนนี้ก็ฝึกจบแล้ว ขืนเล่าต่อคงไม่เหลือความทรงจำดีๆเป็นแน่

(เอ๋!? มันมีด้วยหรอนี่ 555+) 

เดี๋ยวงวดหน้า จะมาเล่าเรื่อง(ที่จะระบาย) หลังจากเปิดเทอมต่องิ


...

Comment

Comment:

Tweet

นั่งๆอ่านมาตั้งแต่ต้น ก็เห็นใจกับที่โดนพี่คนนั้นปฎิบัติแบบนี้เหมือนกัน แต่ขอให้เชื่ออย่างนึงนะครับ ถ้าเราผ่านมันไปได้ เวลาทำงานจริงๆ เราก็จะรับมันได้ และในเมื่อเราเป็นพนักงานเหมือนกัน เราก็มีสิทธิที่จะทวงสิทธิของเราได้เช่นกัน
(จริงๆ ตอนฝึกงาน ผมเองก็บู๊แหลกลานไปกับเรื่องพวกนี้เหมือนกันนะ )
เป็นกำลังใจให้ครับ

#2 By Kuroiketaro on 2010-04-02 12:03

พี่ๆที่ฝึกงานร้ายกาจมากงับ น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ยที่ติดอยู่ห้องแช่เเข็งอ่า

#1 By umbreon ★ on 2010-04-02 10:31